“วีรกาจ” ​ยังครองบัลลังก์อีกสมัย ปิดฉาก IDEMITSU SUPER TURBO THAILAND 2020

ศึกรถยนต์ทางเรียบชั้นนำของเมืองไทย รายการ IDEMITSU SUPER TURBO THAILAND 2020  เดินทางมาถึงการแข่งขันสนามที่ 4, 5 และ 6  ซึ่งเป็น 3 สนามสุดท้ายของปีในการตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาลนี้  ดวลความเร็วระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

Super Turbo Tha , Super Turbo D1 

ไฮไลต์ยังคงอยู่ที่การแข่งขันในคลาสสูงสุดของไทยอย่าง Super Turbo Tha และ รุ่น Super Turbo D1 และต้องเดินทางมาตัดสินแชมป์กันในช่วง 3 สนามสุดท้าย แม้ว่า วีรกาจ ดอกจันทร์ จาก World Pumps Racing Team จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ จะคว้าชัยชนะมาครองใน 3 สนามแรกก็ตาม

โดยในสนามที่ 4 ซึ่งมีขึ้นในวันเสาร์ วีรกาจ ต้องออกตัวจากท้ายแถวหลัวจากมีปัญหาในรอบควอลิฟาย สามารถแซงระห่ำขึ้นมาคว้าแชมป์ 4 สนามติดต่อกัน ด้วยเวลา 8 นาที 59.102 วินาที เหนือ อนุสรณ์ อาศิรเลิศศิริ จาก YK MOTORSPORTS BILLIONAIRE BOY BY SUNOCO อันดับ 2 อยู่ 5.205 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ สุวิจักษณ์ หงส์เศวตร จาก K1 RACING TEAM

ส่วนในสนามที่ 5 ชัยชนะเปลี่ยนมาเป็นของ อนุสรณ์ ที่เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา ด้วยเวลา 17 นาที 54.302 วินาที ทิ้งห่าง วีรกาจ ที่ตามเข้าเส้นชัยในอันดับ 2 ถึง 14.929 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ เตชิษฐ์ ธนาพรสังสุทธิ์ จากสังกัด K-Sport K1 Racing Team ตามหลังแชมป์ 30.887 วินาที

ขณะสนามที่ 6 ซึ่งเป็นเรซส่งท้ายปีมีความพลิกผันสุดๆ เมื่อ วีรกาจ ที่ออกนำตั้งแต่รอบแรกทว่ารถแข่งมีปัญหาที่โค้งสุดท้าย ต้องรีไทร์ในรอบสุดท้ายของเรซอย่างน่าเสียดาย โดยแชมป์ตกเป็นของ ชัญญบุศย์ ธนะพาสุข จาก CFON RACING TEAM ที่ทะยานขึ้นมาจากกริดที่ 4 ป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 34.449 วินาที ตามด้วย ทนงค์ บุญจันทร์  จาก ROLLING MONKEY BY NOI SAIMAI ในอันดับ 2 ส่วนอันดับ 3 เป็นของ สมชาย วิจิตร์  จาก รถบ้านชลบุรี

ผ่านการแข่งขันสนามสุดท้ายของปี แชมป์ประจำฤดูกาลนี้ในคลาส Super Turbo Tha เป็นของ วีรกาจ ที่คว้าแชมป์ไปครองทั้งสิ้น 5 สนาม มี 109.5 คะแนน ส่วนอันดับ 2 เป็นของ ทนงค์ มี 98 คะแนน ตามด้วย ปณิชา ในอันดับ 3 มี 74 คะแนน ขณะที่แชมป์ประจำปีในรุ่น Super Turbo D1 เป็นของ อนุสรณ์ มีทั้งสิ้น 99 คะแนน เฉือน ชัญญบุศย์ อันดับ 2 เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ สุวิจักษณ์ หงส์เศวตร มี 74.5 คะแนน

Super Turbo D2, Super Turbo D3 

การแข่งขันในรุ่น Super Turbo D2 และ Super Turbo D3 ลงดวลความเร็วพร้อมกัน ด้วยรถแข่งทั้งสิ้น 24 คัน  โดยแชมป์สนามที่ 4 เป็นของ มาวิ่น บุญอิต จาก Star Performance ที่ออกตัจากโพลนำม้วนเดียวจบด้วยเวลา 16 นาที 37.493 วินาที เฉือน ขจรศักดิ์ ณ สงขลา จอมเก๋าจาก PTT PERFORMA – V.C.MEAT – RPM – NEXZTER  เพียง 1.134 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของนักขับชั้นครูของไทยอย่าง เอกประวัติ เพ็ชรรักษ์ จาก สิทธิผล กรุ๊ป – KI SUGAR ตามหลังแชมป์ 14.656 วินาที ด้าน ณัฐนิช ลีวัฒนาวรากุล จ่าฝูงตารางคะแนนสะสมจาก YK Motorsport Billionaire Boy by Sunoco จบเรซในอันดับ 4

เข้าสู่สนาม 5 ในข่วงบ่ายวันเสาร์ ไม่มีความพลิกผันใดๆ เมื่อ มาวิ่น ออกนำม้วนเดียวจบด้วยเวลา 18 นาที 30.274 วินาที คว้าชัยชนะไปครอง 2 สนามติดต่อกัน เหนือ ขจรศักดิ์ อันดับ 2 อยู่ 2.259 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ณัฐนิช ขณะที่อันดับ 4 เป็นของ ฉัตรพล เจียมวิจิตร จาก RMI JUN Racing Team ตามด้วย ทยาพล คงสุวรรณ์ จาก EAKIE – BOSCH – SLEEP LAP HOTEL

เกมในรุ่นนี้ต้องมาตัดสินแชมป์ประจำปีกันถึงสนามสุดท้ายในวันอาทิตย์ และ มาวิ่น ก็นำม้วนเดียวจบผงาดคว้าแชมป์ 3 สนามติดต่อกัน ด้วยเวลา 20 นาที 40.435 วินาที เฉือน ฉัตรพล อันดับ 2 เพียง 1.498 วินาที ตามด้วย ณัฐนิช ในอันดับ 3 ตามหลังแชมป์ 4.786 วินาที ด้านแชมป์ในคลาส Super Turbo D3 สนามสุดท้ายตกเป็นของ อานนท์     รอดประเสริฐ จาก เป๊ะ โรงโป๊ะ ตามด้วย อวิโรธน์ ศิรินทร์วรชัย จาก WAXONE RACING PROJECT และ นักขับสาวจอมดุอย่าง แพรวพรรณ ธรรมลาภา จาก NP SQUARE IDEMITSU ในอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ

เมื่อจบการแข่งขัน 6 สนามของฤดูกาลนี้ แชมป์ประจำปีในคลาส Super Turbo D2 ตกเป็นของ ณัฐนิช ที่เก็บแต้มไปได้ทั้งสิ้น 78.5 คะแนน เฉือน มาวิ่น อันดับ 2 เพียง 3.5 คะแนนเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ เอกประวัติ   มีทั้งสิ้น 72 คะแนน ขณะที่แชมป์ประจำปีในคลาส Super Turbo D3 เป็นของ อานนท์ เก็บไปได้ทั้งสิ้น 100.5 คะแนน เฉือน ณัฐพงษ์ เลิศล้ำประเสริฐกุล จาก FORTRON RACING TEAM  by VATTANA MOTORSPORT  เพียง 3.5 คะแนนเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ยศรัฐ แสนสุข ทีมเมทในอันดับ 3 มีทั้งสิ้น 85.5 คะแนน

Super Turbo D4

เกมในรุ่น Super Turbo D4 เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นในช่วง 3 สนามแรก โดยสนามที่ 4 ฐนโรจน์ ธนาสิทธิ์นิธิเกตุ จาก YK Motorsport Billionaire Boy by Sunoco เป็นเจ้าของโพลและทะยานขึ้นนำได้ตั้งแต่ต้นเกมเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 15 นาที 43.087 วินาที เหนือทีมเมทอย่าง ริจ อยู่วิทยา อันดับ 2 ถึง6.897 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ดนุวัศ วรกิติไชย จาก IDEMITSU RACING TEAM THAILAND ตามหลังแชมป์ 9.913 วินาที

การแข่งขัน 5 ฐนโรจน์ ยังคงครองความได้เปรียบในแถวหน้าได้อย่างเหนียวแน่น เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 17 นาที 43.875 วินาที คว้าแชมป์ไปครอง 2 สนามติดต่อกัน โดยความเข้มข้นอยู่ที่การชิงอันดับ 2 ระหว่าง สรรพร เชาวน์ชวานิล จาก STAR PERFORMANCE และ ริจ ที่ต้องมาตัดสินกันถึงโค้งสุดท้าย ผลปรากฏว่าอันดับ 2 ตกเป็นของ สรรพร ที่เฉือน ริจ ในอันดับ 3 เพียง 1.19 วินาทีเท่านั้น

ส่วนเกมสนามสุดท้ายของ Super Turbo D4 แชมป์เปลี่ยนมาเป็นของ พิศาล สาสะกุล จาก Nexzter TKS Motorsport ที่ควบรถแข่งเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 46.721 วินาที ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง ริจ ถึง 6.459 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของนักขับดาวรุ่งอย่าง วีรวิชญ์ วงศ์แสงอนันต์ จาก K-45 MAXIMA RACING TEAM ตามหลังแชมป์ 9.682 วินาที

จบฤดูกาลหลังผ่าน 6 สนาม ฐนโรจน์ ที่แม้จะไม่สามารถจบเรซสุดท้ายได้ แต่ยังคงเพียงพอที่จะผงาดคว้าแชมป์ประจำปีนี้ไปครองได้ โดยมีทั้งสิ้น 100 คะแนน ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ ดนุวัศ มี 77.5 คะแนน และอันดับ 3 สรรพร มี 75 คะแนน

Pickup Turbo Tha

การแข่งขันในรุ่น Pickup Turbo Tha ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีรถแข่งบนกริดสตาร์ทถึง 24 คัน โดยในสนามที่ 4 ธนวัฒน์ สุวรรณรัตน์ จาก PROSPEED สร้างผลงานอย่างโดดเด่นผงาดคว้าชัยชนะไปครองด้วยเวลา 18 นาที 14.504 วินาที หยุดความร้อนแรงของ “เบสเทอร์โบยำ” ธณพล ชูเจริญผล แชมป์เก่าจาก สุพจน์ ค้าเหล็ก เบสเทอร์โบยำได้อย่างสุดมันส์ ด้วยการเฉือนไปเพียง 2.013 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ พิสิษฐ์ เนตรเดชาธนาสิทธิ์ จาก หมอเส็ง PPK REPSO เคเค ออโต้ พาร์ท BRC MRX

เข้าสู่สนามที่ 5 ในช่วงบ่ายของวันเสาร์ ไฮไลต์ของเรซนี้ยังคงอยู่ที่การชิงตำแหน่งหัวแถวระหว่าง ธนวัฒน์ และ ธณพล ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของเรซนี้เกิดขึ้นในรอบที่ 7 เมื่อ ธณพล พยายามจะเบียดแซงทว่ากลับเสียหลักไปชน ธณวัฒน์ ที่โค้ง 6 ก่อนที่อีกฝ่ายจะร่วงลงไปอยู่ถึงอันดับ 3 อย่างไรก็ดี ในรอบถัดมา ธณวัฒน์ ยังสามารถแซงกลับขึ้นไปเป็นอันดับ 2 ได้สำเร็จ จบการแข่งขัน 10 รอบสนาม แชมป์ในเรซนี้ตกเป็นของ ธนวัฒน์ ด้วยเวลา 20 นาที 22.706 วินาที ขณะที่ “เบสเทอร์โบยำ” แม้จะเข้าป้ายอันดับ 1 แต่โดนลงโทษปรับหนึ่งตำแหน่งร่วงลงมาจบเรซในอันดับ 2 ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ทรงศักดิ์

ส่วนสนามสุดท้าย ธณพล ได้กลับมาออกตัวจากตำแหน่งโพลบ้าง และออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยมขยับขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว ตามด้วย ธนวัฒน์ แต่เพียงโค้งแรกก็ต้องเจอเหตุการณ์หวาดเสียว เมื่อรถแข่งของ เอกสิทธิ์ เกรียงโกมล ที่อยู่ในกลุ่มหัวแถวพลาดหมุนขวางอยู่กลางโค้งแรก โชคดีที่ไม่มีใครตามเข้ามาชนซ้ำ ขณะเดียวกัน เพียงช่วงไม่ถึง 3 รอบสนาม ธนวัฒน์ กลับต้องเจอสถานการณ์ยากลำบาก ร่วงลงไปอยู่ในกลุ่มท้ายแถว เพราะรถแข่งมีปัญหา ส่วน       ธณพล ทิ้งห่างคู่แข่งออกไปอย่างต่อเนื่อง

จบการแข่งขัน 11 รอบสนาม ธณพล นำโด่งม้วนเดียวจบด้วยเวลา 22 นาที 16.326 วินาที ผงาดคว้าแชมป์สนามนี้ไปครอง เหนือ ทรงศักดิ์ อันดับ 2 ถึง 12.121 วินาที อันดับ 3 เป็นของ จรัส แจ้งกมลกุลชัย อดีตแชมป์ประเทศไทยจาก NEXZTER SCG LENSO TEAM ตามหลังแชมป์ 23.774 วินาที

จบฤดูกาล 2020 ธณพล สร้างผลงานระดับมาสเตอร์ ครองแชมป์ประจำปี 3 สมัยติดต่อกัน เก็บไปทั้งสิ้น 126 คะแนน อันดับ 2 เป็นของ จรัส มี 65.5 คะแนน ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ธนวัฒน์ มี 49 คะแนน

Japan 20+ 

เกมในคลาส Japan20+ ซึ่งรวมเอานักขับมากฝีมือไว้ด้วยกันนั้น สนามที่ 4 แชมป์ตกเป็นของนักขับจอมเก๋าอย่าง           หทัย ไชยวัณณ์ จาก Revspec Racing Team ด้วยเวลา 15 นาที 32.486 วินาที เหนือ ณศรัณย์ โพธิโสโนทัย จาก VOLTRONIC BY DNA RACING TEAM อันดับ 2 อยู่ 4.201 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ รภัทกร วงษ์ศิริ  จาก SUPERTOOLS RACING TEAM

ส่วนสนามที่ 5 ซึ่งมีขึ้นในช่วงบ่ายวันเสาร์ หทัย ต้องเจอการไล่ล่าอย่างหนักจาก พิพัฒน์ เพ็ชรรัตน์ จาก Waxone Racing Project ที่เสียโอกาสในการคว้าแชมป์จากความขัดข้องของรถแข่ง โดยทั้งคู่ขับเคี่ยวกันอย่างหนักตลอด  9 รอบสนาม ก่อนที่ หทัย จะรักษาตำแหน่งหัวแถวได้อย่างเหนียวแน่น ควบรถแข่งเข้าป้ายเป็นคันแรก  ด้วยเวลา 17 นาที 24.710 วินาที คว้าแชมป์ไปครอง 2 สนามติดต่อกัน เฉือน พิพัฒน์ อันดับ 2 เพียง 0.263 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ เกียรติพรรณ ไผ่เจริญ จาก ก๋วยเจ๋ง DYNO ตามหลังแชมป์ 15.338 วินาที

ขณะที่การแข่งขันสนามสุดท้ายถือเป็นเรซที่มีความพลิกผันอย่างมาก เมื่อ พิพัฒน์ สามารถกลับมาทวงชัยชนะได้สำเร็จ ด้วยเวลา 9 นาที 30.151 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง รภัทกร อยู่ 1.805 วินาที ตามด้วย เกียรติพรรณ ในอันดับ 3 ตามหลังแชมป์ 23.869 วินาที ส่วน หทัย รถแข่งมีปัญหาไม่จบเรซอย่างน่าเสียดาย

ทั้งนี้ เมื่อจบฤดูกาล 2020 แชมป์ประจำปีในรุ่น Japan 20+ ในรุ่นคลาสใหญ่สุดอย่าง Twin Cam เป็นของ พิพัฒน์  ที่โกยแต้มไปทั้งสิ้น 107 คะแนน ตามด้วย รภัทกร อันดับ 2 มี 81 คะแนน ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ เกียรติพรรณ มี 72 คะแนน ด้าน หทัย จบฤดูกาลนี้ด้วยอันดับ 4 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 71.5 คะแนน

ทั้งนี้ แฟนความเร็วสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของการแข่งขันรายการ รายการ IDEMITSU SUPER TURBO THAILAND  ได้ทาง www.superturbothailand.com แลfacebook.com/Super Turbo Thailand

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*